jitdeaw's profile[<=-_*~ MuSiC Is The Bes...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
[<=-_*~ MuSiC Is The Best ~*_-=>]ชีวิตที่ติดอยู่กับผืนดิน ผืนฟ้านำทาง สายลมพัดผ่าน ไฟจุดพลัง และความรักที่เติมเต็มชีวิต |
|||||||||||||||||||||
ใครเข้ามา ก้อลงชื่อกานหน่อยนะครับผม ^_^
prapasiriwrote:
สวัสดีคร้าพี่เดียว สอบเสร็จยังคะ สู้ๆนะคะ
Mar. 1
Chadarat Issararakwrote:
สวัสดีพี่เดียว ขอบคุณน้าที่มาเม้นให้อ่าาา
Feb. 4
ay aywrote:
น้องเดียว เจ้ไปเสม็ดกลับมาและ เอารูปมาฝาก แล้วน้องเดียวรับเจีเปนเพื่อนในสเปซยังอะ
Oct. 28
อิอิ ไงค่ะคุณเดียว อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว เครียดเลยสิ สู้ๆๆๆนะค่ะ
Oct. 17
หวัดดีค่ะ คุณหมอเดียว เปงงายมั้งค่ะ สบายดีป่าวว หายไปนานเลยนะค่ะ ว่างก็แวะมาทักมั้งนะค่ะ คนใข้รอออยู่ อิอิ
Oct. 7
กลุ่มเพื่อนหมอที่ผมรัก
|
May 11 ความเป็นมาทางดนตรีของฉันชื่อ จิตเดียว ทรงจิตรัตน์ อายุ 23 ปี เรียนอยู่ ทันตแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ปีที่ 6 เริ่มสัมผัสดนตรีตอนไหน? ผมเริ่มได้สัมผัสดนตรีแรกที่สุดเลย คือ ผมได้มีโอกาสจับกีตาร์ของคุณพ่อ ซึ่งคุณต่อได้เล่นเพลงสมัยก่อน เช่น The beatles, Bee Gee, The Eagle และอื่นๆ ซึ่งผมได้ฟัง แต่ก็ไม่ได้ซึมซับเท่าไรนัก นั่นเป็นสิ่งแรก ที่หูได้รับเสียงดนตรีอย่างตั้งใจ โอกาสที่ได้มาต่อไป คือ การเรียน electone ทั้งแต่ ม.1 ซึ่งคุณพ่ออยากให้ลูก ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เสริมสร้าง EQ รวมถึงสมองซีกขวา ให้สมดุลกับสมองซีกซ้าย จึงได้เรียนจนถึง ม. 5 โดยเพลงที่ได้เรียน ก็เป็นเพลงทั่วไปของฝรั่ง ที่เป็น theme ที่หาฟัง ได้ทั่วไปในเมืองในต่างประเทศ แต่....เมื่อผมได้เรียนในชั้นสูงๆ ประมาณ ม.5 ผมได้รู้จัก เพลงของวงๆหนึ่ง ชื่อว่า The Square ซึ่งผมก็ไม่ได้สะกิดใจอะไรนัก แต่เพลงมันเพราะ แล้วผมชอบมันมากแค่นั้นเอง แต่ก็ไม่ได้ต่อยอดอะไร แกะเพลง และเล่นเพื่อสอบ (ความจริง แกะได้นิดเดียว และคุณครูก็หาโน๊ตมาให้เล่น โชคดีไป) ช่วงนั้นเองที่ผมได้ รู้จักดนตรีสายนี้ และหลงรักเข้าหัวปักหัวปำ ก่อนที่ผมจะต้องอ่านหนังสือ เพื่อสอบเอนท์ อย่างจริงจัง ละทิ้งทุกสิ่ง แม้กระทั่งดนตรี และการพักผ่อน มาถึงตรงนี้แล้ว ขอแวะจอดพัก กลับไปช่วง ม. 3 กันก่อน เป็นช่วงเพลงวัยรุ่นจริงๆเลย ผมได้มีโอกาสจับกีตาร์ เพราะว่าดันไปชอบสาวคนนึงซะนี่ ก็หวังว่าการเล่นกีตาร์ มันจะทำให้ ใครสนใจได้มากขึ้น.....แต่ก็นะ เล่นกีตาร์เป็นทันทีเลย ถือว่ามีโอกาสได้จับกีตาร์แล้ว อ่ะ ... กระโดดกลับมาปัจจุบัน ตอนนี้เราเดินมาอยู่ที่ ม. 5 กันแล้ว ใช่ว่าผมจะอ่านหนังสือ อย่างเดียว ผมก็ได้มีโอกาส ไปเล่นวงดนตรีกับเพื่อนๆใน โรงเรียนด้วยล่ะครับ แต่การฟอร์ม วงขึ้นมา ก็ต้องมีคนแย่งกันเล่นชิ้นดนตรีโน่นนี่ ซึ่ง.....ตำแหน่งที่ว่างจริงๆ คือ เบส กับ กลอง ผมจึงเลือกกลอง แต่.....เพื่อนมันจะเล่น ก็เลยต้องเล่นเบสแทน .................อ้าว ไหงเป็นอย่าง นั้นไปล่ะ ใช่ครับ ผมได้เล่นเบสมาก่อน และเรียนรู้ได้เร็วระดับหนึ่งด้วย แต่เสียดาย เล่นได้ เดือนกว่าๆ เพื่อนที่เล่นกลอง ก็เบื่อ ไม่อยากเล่น อยากเล่นกีตาร์ และก็ซื้อกีตาร์ในทันควัน ทำให้ผมกระโดดมาเล่นกลองได้ในที่สุด และจับเพื่อนอีกคนที่สนิทกันมาเล่นเบสซะเลย ครั้งแรกที่ได้จับไม้กลอง เนื่องจากไม่มีคนเล่นกลองในวง รู้สึกว่ายากสุดๆประสาท พัวพันกันเลยทีเดียว เด็กตัวน้อยๆ มาเล่นกลองนี่ ก็ยากอยู่ แต่พื้นฐานดนตรีที่สั่งสมในการ เรียน electone มา ก็ช่วยให้สามารถนับจังหวะได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถเล่นเพลงได้ เพียงแต่ขาดการส่งกลอง หรือลูกเล่น ที่ต้องอาศัยทักษะในการฝึกเท่านั้นเอง ผมเล่นกับวงไม่ค่อยสำเร็จมากนัก ก็วงแตก เพราะต้องอ่านหนังสือสอบเอนท์ อีกแล้ว คราวนี้ เลิกเล่นจริงจัง เพราะเป้าหมายการสอบผมสูง (รวมถึงครอบครัว) หลังจากสอบติด....เงินที่สะสมมา เริ่มที่จะมีบ้างแล้ว สิ่งแรกที่ผมสะดุดตา คือ VCD สอนกลองของ อ.เลาะห์ ซื้อมาดูทันควัน วันนั้นล่ะครับ ทำให้ผมรู้จัก กลองลม เป็นอย่างดี เงินยังเหลือ ผมก็เลยขอยืมกลองเพื่อน และ ซื้อกระเดื่องคู่ Power beat มาฝึก ซึ่งก็ฝึกตามแผ่นมันทั้งหมดนั่นล่ะครับ จนกระเดื่องมันพังพินาศไป ภายในสองเดือน (ตอนนั้น ยังอยู่ช่วงปิดเทอมก่อนเข้าปี 1) อ.เลาะห์ ทำให้ผมได้รู้จักดนตรี Metal เป็นคนแรก ทำให้ผมสับกระเดื่องเป็น แม้ไม่เร็วมากนัก ได้รู้จักการส่งอะไรเพิ่มขึ้นหลายอย่าง หลังจากนั้น ผมก็ได้มีโอกาสเข้าคณะทันตพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ได้ ผมก็รีบหา ชมรมดนตรีในมหาลัย ในคณะ และคณะข้างเคียงทันที ซึ่งผมได้สมัครเข้าของคณะแพทย์ และของมหาลัย ซึ่งของมหาลัย หรือ TU Band มันซ้อมไกลมาก ต้องไปท่าพระจันทร์ และ กลับรังสิต ซึ่งผมก็ต้องรับผิดชอบเรื่องเรียนทุกวัน เวลาว่างน้อย ก็เลยตัดใจ เล่นกับ คณะแพทย์อย่างเดียว ซึ่งได้ก็เจอวงหมอๆ เล่นกันมานานถึง 4 ปีเลยทีเดียว ระหว่างทางนั้นเอง ปี 2-3 ผมได้สัมผัสดนตรี Emo, Punk, Metal เพิ่มขึ้น จากเพื่อน ของเพื่อนที่ ม.กรุงเทพ ได้ชวนซ้อมและทำเพลงกัน สมัยนั้น พลังเหลือเฟือมากๆ หวด ได้ไม่ยั้ง ปั่นได้ไม่ถอย แต่ไม่เร็วเท่าไหร่นัก วงช่วงนั้น ก็คงรู้จักกันทั่วไป เช่น story of the year, My chemical romance, Underoath, Kill swicth engage, Saosin,Oblivious, Bikini, Slipknot Ebola และอืนๆ ซึ่งนึกไม่ออก มาเล่นกัน ซึ่งผมได้หมักบ่ออยู่พักใหญ่ๆเลยทีเดียว ในช่วงปิดเทอมช่วงนั้น หลังจากนั้นมา ดนตรีแนวนั้น ผมก็สัมผัสได้น้อยลง เนื่องจาก ผมได้จริงจังกับบอร์ดนี้ มากขึ้น ได้รู้จักแนวดนตรีมากขึ้น และบุคคลในบอร์ดที่เป็นผู้จัดประกายนี้ให้ คือ พี่อาร์ต เวปมาสเตอร์, อาจารย์แซม Zam_Drum, คุณแน๊ต Natz Gadd และคุณ บิ๊กDrumZeed สอนให้ผมรู้จักดนตรีกว้างขวาง ขยายอาณาเขตไปไกล (มีคนทันยุคตา บิ๊ก กะคุณแน๊ตมั้ย) และนั่นเอง ผมได้เริ่มจริงจังกับดนตรีสาย ฟิวชั่น แจ๊ว ลาติน มา พยายามขวนขวาย ฝึกได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เวลาก็ไม่ค่อยมี แต่ก็ตีมาเรื่อยไป แต่อุปกรณ์มันจะงอกเงย กว่าฝีมือซะงั้น เพราะอดข้าวอดน้ำซื้อของจริงๆเลย......... ผ่านมาจนได้เป็น นักศึกษาทันตแพทย์ ปีที่ 5 ได้รักษาคนไข้ ผมก็ยังจะแบ่งเวลาเพิ่ม ทำวงเล่นผับอีก ซึ่งก็ได้มีโอกาสเล่น ร้านเล็กๆอยู่ 1 ร้านด้วยกัน ประสบการณ์ไม่เคยมี ทำให้ต้องสะสม แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และฝึกอะไรหลายๆ อย่างเพิ่มขึ้นอีกมากมาย จนทำให้ผมอยากฝึกประสบการณ์กับเวทีหลายๆ ร้าน ดนตรีหลายๆแนว แต่วงผมก็ ไม่ถนัดสไตล์เล่นผับเท่าไหร่ พวกเขาบ่มฝีมือ มากกว่าประสบการณ์ แนวเพลวไม่มันส์พอ ประสบการณ์น้อยกันจริงๆ แต่ก็นะ.....ได้มีประสบการณ์แบบนี้ ก็ถือว่าดีเลยทีเดียว อีกทั้งช่วงนั้น ผมก็แบ่งเวลาไปเรียนกับ อาจารย์แมว ชลัช ทรงวงศ์ อีกด้วย แต่เรียน ได้ไม่นาน ก็ไม่ไหว เพราะต้องเดินทางเข้าสามย่าน ไปกลับ เสียเวลาหนึ่งวันเลยทีเดียว ซึ่งงานผมค่อนข้างเยอะหน่อย ก็เลยเรียนได้แค่สามเดือน (และยังโดดในนั้นอีกหลายครั้ง) แต่สิ่งที่ได้จากอาจารย์แมว คือ ความอบอุ่น และแนวคิดที่ได้จากการเล่นกลองมากมาย จนถึงทุกวันนี้ เรื่องเก่าๆ ที่เล่ามา ได้หลอมรวมเป็นตัวผม ที่ได้รู้จักกันในนามว่า heer_derm หรือ หมอเดียว นั่นเอง
__________________________________________________________________
กราบสวัสดีทุกท่าน ที่ได้อ่านเรื่องของผมจนจบ คงจะรู้จักตัวผมมากขึ้นบ้างนะครับ
"หมอเดียว" February 02 ปั ด ฝุ่ นไม่ได้เข้ามานานมากๆ....
กลับมานั่งอ่านที่ตัวเองเขียนไป....
ทั้งยิ้ม และ หวนคำนึงถึง
เกือบจะจำไม่ได้แล้ว ว่า ชีวิตเคยผ่านอะไรมาบ้าง
จนถึงปัจจุบันนี้ ^^
October 20 อื้ม......นะอืม....... ทันตแพทย์
อืม.......นักดนตรี
อื้มมมมมมมมม ...... ทันตแพทย์นักดนตรี ค่อยเป็นค่อยไป September 06 เช้าวันหนึ่ง ในบล็อค Restorative dentistryตื่นมา เราก็พบกับความกระวนกระวายใจ ในเรื่องหลักของชีวิตนักศึกษา....
ก็แน่นอนล่ะ เรื่องเรียนอยู่แล้ว....
คิดว่าจะขยันได้แล้ว ... ไม่ชิวเหมือนครั้งปิดเทอม..แต่ว่า มันก็ยังทำไม่ได้สิเนี่ย
ไม่เป็นไร ทุกอย่างมีการเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
เป็นกำลังใจให้ด้วยนะ....
ขอบคุณครับ....(ยัง!!!)
อยากมีวงเล่นจังเลย...แต่เนื่องจากเพื่อนร่วมวงที่อาจจะรับไม่ไหวกับเวลาว่างแปลกๆของเรา รวมถึง เวลาที่มีไม่พอสำหรับการซ้อมดนตรี
เรียนคณะทันตแพทย์ มันก็หนักเหมอืนกันแหละนะ.....
ตอนนี้ เวลา 9.34 วันที่ 06/09/07
....ก็ยังเช้าอยู่....เช้าไม่มีคลาสหรือกลุ่มย่อย เพราะจัดการเรียบร้อย แต่บ่ายก็ยังมีกลุ่มย่อยกับแลปอยู่...
จะพยายามไม่ขี้เกียจนะ.. แต่ก็จะพยายามทำให้ชีวิตตัวเองมีความสุขไปด้วย
เรามีคนคอยให้กำลังใจแล้ว
เรามีครอบครัวที่ดีๆ มากๆๆๆๆๆ อยู่ข้างกายแล้ว
เรามีดนตรี ที่จะคอยเป็นสิ่งกระตุ้นหัวใจให้เป็นจังหวะแล้ว
เหลือแค่การเรียน 1 ใน 4 ที่จะต้องค้ำจุน ผลักดันมันให้ขึ้นมาเท่านั้นเอง...
ขอให้พลังของตัวเอง ช่วยผลักไปด้วย....
จะคิดอยู่เสมอว่า...กำลังพื้นฐานน้อยที่สุดแล้ว มาจากตัวเอง...
หากไม่เริ่มจากตัวเอง คงไม่มีกำลังจะทำอะไรได้แน่ๆ
ค่อยๆปรับ ค่อยๆเริ่มนะครับ บ๊ายบาย.....
PS. ชีวิตครอบครัว คิดถึงพ่อแม่มากๆ อยากให้พ่อแม่สบายๆ จะรีบเรียนจบ หาเงินเร็วๆนะครับ
ชีวิตความรัก ก็คิดว่าจะทำให้เรื่อยๆ สบายๆ ดีกว่า
ชีวิตด้านดนตรี กำลังฝึกฝนอยู่...คิดว่า ไม่นาน คงจะเลื่อนระดับจากมือใหม่ได้มั้ง
ชีวิตด้านการเรียน...ขอให้ตระหนักอยู่เสมอ (ย้ำอยู่นั่นแหละ) August 12 12 สิงหาคม 2550รักแม่ครับ
PS. วันนี้วันเกิด ไอ้หมอตั้ม ยินดีด้วย มีความสุขเยอะๆเลยว่ะ
วันนี้ วันเกิด Spaces ตัวเอง อายุ 2 ขวบ แล้ว เด๋วจะลองกลับไปอ่าน ^^ |
||||||||||||||||||||
|
|